Bus to Luang Namtha

1.ด้วยความชอบในการสเก็ตช์ภาพ ทำให้ระหว่างการเดินทาง ผมมักหาเวลานั่งวาดภาพตามมุมต่างๆ ของเมืองอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะมีโอกาสบังคับตัวเองให้นั่งนิ่งๆ อย่างสงบแล้ว ผมเข้าใจว่าการเขียนภาพยังเปิดโอกาสให้เราได้พิจารณาสิ่งใดสิ่งหนึ่งในมุมมองที่ละเอียดอ่อน และการเดินทางจากเชียงใหม่ถึงเมืองมิลานประเทศอิตาลีครั้งนี้ก็เช่นกันหลังจากที่เราโบกรถจากเชียงใหม่ถึงเชียงของเข้าสู่ประเทศลาวที่อำเภอบ่อแก้ว ก็ตัดสินใจเดินทางขึ้นเหนือสู่เมืองหลวงน้ำทาด้วยรถประจำทาง ซึ่งก็เป็นรถบัสขนาดเล็กลักษณะคล้ายๆ กับรถเมล์เขียวบ้านเรา และที่บนรถนี้เองที่ผมได้จับปากกาขึ้นมาสเก็ตช์ภาพบรรยากาศของการเดินทางเก็บไว้ในสมุดบันทึก...ทิวทัศน์สองข้างทางในดินแดนทางภาคเหนือของลาว บนถนน R3A (ที่เชื่อมประเทศไทย ลาว จีน เข้าไว้ด้วยกัน) มองเห็นเป็นทิวเขาสูงชัน บางครั้ง เราผ่านมายังสวนยางพาราที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตาตลอดระยะเวลาห้าชั่วโมง จะมีบ้าง ที่ผ่านมายังหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ริมทาง ส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเป็นบ้านใต้ถุนสูงที่ก่อสร้างด้วยวัสดุง่ายๆ อย่างไม้ไผ่หรือไม้เนื้อแข็ง บางครั้ง เห็นเด็กวิ่งเล่นกันอยู่ริมถนนที่มีแต่ฝุ่นจนตัว และหัวเต็มไปด้วยฝุ่นสีแดงเต็มไปหมดในระหว่างที่ทอดอารมณ์ออกไปยังเบื้องหน้า แต่ที่ปลายปากกา กลับพาผมย้อนเวลากลับมายังความทรงจำเมื่อ 12 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งได้เดินทางผ่านมายังถนนเส้นเดียวกันนี้ ครั้งนั้นยังมีสภาพเป็นเพียงถนนลูกรังแคบๆ สองเลน ภายในรถบัสขนาดกลางซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน มีนักเดินทางแบ็คแพ็คเกอร์ชาวต่างชาติอยู่ห้าหกคน และดูเหมือนจะมีผมคนเดียว ที่เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยในช่วงเวลาบ่ายที่อากาศร้อนระอุ และผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังสลบไสล รถที่ขับมาค่อนข้างเร็วจนเห็นเป็นฝุ่นฟุ้งได้พาเราโค้งลงเนินเขามาด้านล่าง และก่อนที่จะพ้นโค้งไปนั้นเอง จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงดัง 'ปัง!!!' ที่ด้านข้างฝั่งคนขับของตัวรถมันดังมากจนผมตกใจ และสับสนว่ามัดเกิดอะไรขึ้นจนเหลียวหลังกลับไปดู จึงได้รู้ว่ารถของเราได้ไปเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์ ที่วิ่งสวนทางมาจากด้านหน้าคันหนึ่ง...ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหล ทุกคนบนรถตื่นขึ้นขึ้นมาดูที่มาของเสียง ขณะเดียวกัน คนขับรถประจำทางไม่ยอมหยุดรถ แต่กลับขับรถต่อไปอย่างหน้าตาเฉย ส่วนผมเองทั้งๆ […]